2005/Apr/22

คนบ้าที่ไม่ได้บ้า เอ๊ะ! ยังไง?

วันนี้นั่งๆ ไปก็คิดได้เรื่องหนึ่ง แนวซีเรียสอีกแย้ว ฮือๆๆ ก็ผมมันเขียนได้แต่เรื่องซีเรียสนี่หว่า เชอะ T_T

คือเรื่องของเรื่องอ่ะ ตอนนี้ผมกำลังคิดว่าผมบ้าหรือเปล่า หรือทำอะไรไปเพราะอาการเริ่มแบ๊วๆ เข้าไปทุกทีแล้ว ผมก็มานั่งนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ว่า เอ...เราเคยเห็นคนอาการแบบนี้หรือเปล่าหว่า แล้วผมก็นึกขึ้นมาได้หลายเรื่องมากมายเลย คุณอยากอ่านมันสักเรื่องมั้ยล่ะ?

คุณชายปากซอย

ผมเคยเห็นผู้ชายคนหนึ่ง คนๆ นี้เราให้ฉายาเขาในหมู่เพื่อนๆ ว่า "คุณชายปากซอย" โดยทั่วไปถ้าเราไม่สนใจอะไรเขามาก เราก็จะเห็นว่าเขาเป็นแค่คนจรจัดคนหนึ่งเท่านั้น แต่งตัวสกปรกๆ ขุดคุ้ยหาอาหารกินตามถังขยะ แต่พี่คนนี้ผมเห็นเขามาตั้งแต่ผมอายุ 11 ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่สุขุมวิท 93 นี่แหละครับ เขาจะนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ พุงป่องๆ อ้วนๆ หัวฟูๆ นั่งคอยดูว่าจะมีใครมาทิ้งบุหรี่ไว้ตรงไหนบ้าง เขาก็จะหยิบขึ้นมาสูบต่อ ไอ้เราเห็น ก็คิดว่า มันขี้ยาดีๆ นี่เองน้อ

แต่พอเวลาผ่านไปหลายปีการใช้ชีวิตเขาก็ยังคงทำอยู่แค่นั้น วันๆ นั่ง นอน ทำท่ากางหนังสือพิมพ์อ่าน ร้องเพลง บ่นๆ เรื่องอะไรก็ไม่รู้อยู่ที่นั่งรอรถ ป้ายรถเมล์ มันช่างเป็นอะไรที่น่ารังเกียจสำหรับคนบริเวณนั้นมากๆ เพราะเนื้อตัวเขาสกปรกมอมแมมไม่น่าดู แถมยังไม่รู้ว่า อยู่ๆ เขาจะลุกขึ้นมาโวยวายร้องเพลงเสียงดังเมื่อไหร่อีก แถมแถวๆ นั้นคนก็มารอรถกันเยอะด้วย เพราะช่วงเช้า กับตอนเย็น เป็นอะไรที่มันจำเป็นต้องใช้รถเมล์มากอ่ะนะ

อย่างที่บอกว่าหลายปีผ่านไป ผมเริ่มโตขึ้นเริ่มมีความคิดใหม่ๆ กับเขาว่า ผมสงสัย สงสัยมากๆ ว่าเขาไปเอาเสื้อผ้ามาจากไหน เพราะเขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าประมาณ เดือนละชุด เขาเปลี่ยนทรงผมบ้างเป็นบางครั้ง เขาอ้วนตลอดปี เขามีสีหน้าที่มีความสุข แตกต่างจากคนจรจัดที่ผมรู้สึกว่า พวกนั้นจะน่ารังเกียจมากกว่า เพราะไม่ทำอะไรเลยจริงๆแต่คุณชายปากซอยผมเขายังไปคุ้ยๆ อะไรจากถังขยะมายืนตะโกนขายที่หน้าตลาดบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ตามแนวอ่ะครับ ไม่มีใครไปซื้อเขาหรอก น่ากลัวจะตาย :P

เมื่อเกิดความสงสัยผมก็ถามกันในหมู่เพื่อนๆ ว่า เอ่อ มันแปลกดีหรือเปล่า การที่คนๆหนึ่งหากินตามถังขยะ มันจะอ้วนได้ขนาดนั้นเหรอว่ะแล้วไม่เห็นเขาทำอะไรเลย เขามีเสื้อผ้าใหม่ๆ ใส่ได้ไงว่ะเขาตัดผมได้ดูดีขนาดนั้นเลยเหรอ ที่สำคัญคุณรู้มั้ยครับ เขาใส่รองเท้าผ้าใบราคาหลายร้อยบาทเลยนะ พวก adidasปลอมอ่ะ สะพานพุทธขายตอนนั้นประมาณ500 บาทได้ เพระผมก็ใส่ เอิ๊ก ^ ^

หลายคนบอกว่า เขาไปขโมยของ เขาขยันหาของกินตามถังขยะ เลยอ้วน เลยมีของใส่ดีๆ หรือไม่แน่ เขาอาจจะไปปล้นใครมาก็ได้ ว่าแต่ถ้าไปปล้นมา เขาไม่โดนจับไปนานแล้วเหรอ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมถามตัวเองทุกครั้งเวลาที่เดินไปขึ้นรถเมล แต่แล้ววันหนึ่งผมก็ได้คำตอบทั้งหมด...

ผมตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับเขาแล้วก็ถามว่าเพ่ๆหิวป่ะเขาไม่คุยด้วยอ่ะ จ๋อยไปเลยผมก็เลยตื้อคุยไปเรื่อยๆจนผมชวนเขาคุยเรื่องรัฐบาล ทันใดนั้นผมก็ตกใจมากครับ เขาตะคอกออกมา "รัฐบาลมันห่วย รัฐบาลมันโกงกินบ้านเมือง" พอเขาพูดแบบนั้นผมก็ชวนเขาคุยต่อไป ก็ได้รู้ว่า...

จริงๆ แล้วเขาน่าจะเป็นคนมีความรู้คนหนึ่งนะ เป็นคนที่ไม่อยากใช้ชีวิตปกติ เบื่อหน่ายกับชีวิต นั่งๆ นอนๆ อยู่ไปวันๆ สบายใจ รอวันตายอย่างเดียว เพราะเขาบอกว่า สังคมมันเลวร้ายกฎหมายมันหละหลวม ก็เลยเข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากอยู่แบบนี้และที่ทำให้ผมพบคำตอบมากกว่านั้นก็คือ หลังจากนั้นหลายปีเหมือนกัน ผมก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านทางรถเมลแล้ว ก็เลยไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมล์ และก็ไม่ค่อยได้เห็นเขานานมาล่ะ แต่วันหนึ่งผมกลับบ้านด้วยรถเมลลงที่ป้ายเดิม เวลาประมาณ ตีสี่กว่าๆ ผมเจอคนกลุ่มหนึ่ง ขับรถเอาข้าวกล่องไปให้คนที่ผมเรียกว่า "คุณชายปากซอย" ผมถึงกับตะลึง คนกลุ่มนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตัดผมให้เขา และก็เอาผ้าเช็ดตัวให้เขา ผมยืนดูเหตุการณ์ตลอดเวลา เพราะตรงป้ายรถเมล์มันมีสะพานลอยอยู่ใกล้ๆ ผมก็ยืนดูอยู่บนสะพานลอย ทำให้ผมเข้าใจยิ่งขึ้นว่า โลกนี้มันมีอะไรหลายอย่างมากมายกว่าที่เราเคยรู้อีกเยอะ เยอะซะจนเราก็นึกไม่ถึง

คนๆ หนึ่ง ที่ผมน่าจะเรียกได้ว่า บ้าไปแล้ว เขามีครอบครัว มีคนที่สนใจเขาอยู่ แต่ปล่อยให้ทำอะไรตามใจ หรือไม่แน่ ที่บ้านเขาอาจจะไม่สนใจ แต่ก็ไหนๆ ก็ญาติกัน ก็ดูแลมันซะหน่อย อะไรแบบนั้น ซึ่งทำให้ผมคิดว่า ยังไงเขาก็คงเลือกทำในสิ่งที่มีความสุขแล้วล่ะ ทุกวันนี้ บางครั้งผมยังกลับบ้านที่หน้าปากซอย สุขุมวิท 93 บางครั้งผมก็เจอชายคนนี้ยืนตะโกนขายของที่เก็บมาจากถังขยะอยู่ บางครั้ง เอารูปใครไม่รู้ มายืนขาย เขาไม่ต้องการเงิน เขาร้องขอเพียงแค่ บุหรี่ เท่านั้น (ผมก็ไม่รู้จำนวนนะว่าต้องการบุหรี่เท่าไร ฮ่าๆๆ) บางครั้งเขาจะเดินไปถึงป้ายรถเมล์พระโขนงก็มี เพราะผมเจอเขาย่านนั้นบ่อยๆ

ปัจจุบัน คุณชายปากซอยผอมลง อาจจะเพราะญาติไม่ค่อยสนใจแล้วจริงๆ ปล่อยให้กลายเป็นคนจรจัดแบบแท้ๆ ไปแล้วก็ได้ แต่เขายังคงใช้ชีวิต นอน นั่ง เดิน หลับ อยู่แถวๆ ป้ายรถเมล์ ระหว่างซอยสุขุมวิท 93 จนถึง ป้ายรถเมล์ พระโขนง ย่านๆ นั้นตลอดมา บางครั้งใครจะรู้ว่าย่านนี้อาจจะมีความหลังอะไรสำหรับเขาก็ได้ เขาเลยมานั่งอยู่ที่นี้ อาจจะรอคอยคนรัก หรือเกิดเหตุการณ์เพื่อนตายแถวนี้ หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้เขาไม่ไปไกลจากตรงนี้ เพราะบางครั้งผมเคยเจอคนบ้า ใส่กางเกงตัวเดียว วิ่งโบกให้รถจอดเป็นตำรวจจราจลอยู่ แต่เจอหลายแห่งมาก คนเดียวกัน อะไรจะวิ่งไปได้รอบกรุงเทพฯ ขนาดนั้น ไว้ว่างๆ จะมาเล่าเรื่องคนนี้ให้ฟังอีกคนละกัน สำหรับวันนี้ ใครที่ผ่านย่านสุขุมวิท 93 จนถึง พระโขนงละก็ ลองๆ มองดูที่ป้านรถเมลดูนะครับ ไม่แน่คุณอาจจะได้เห็น คุณชายน้อยคนนี้ก็ได้ ถ้าเขาไม่ตายซะก่อนนะ

สิ่งที่ผมได้จากการคุยกับคนๆ นี้มันเยอะมาก มันเป็นปรัชญาชีวิตที่ผมไม่รู้จะถ่ายทอดให้คุณฟังกันยังไง เพราะมันมากมายหลายอย่างที่เขาคิด แล้วทำให้ผมคิดเหมือนกันว่า ความบ้า กับความพอใจมันใกล้กันแค่นิดเดียว บางคนพอใจที่จะบ้า บางคนบ้าเพราะจำใจ แต่ที่สำคัญครับ ผมไม่เคยเห็นเขาร้องขอเงินใคร ไม่เคยเห็นเขานั่งขอทาน บางคนที่ให้ของกินเขา ให้สิ่งต่างๆ กับเขา เพราะเจอกันบ่อย เหมือนคนคุ้นเคย เจอก็ให้ เห็นลำบากก็ให้ แต่เขาไม่เคยขอ แล้วคนก็ไม่ได้ให้เขาบ่อยๆ ด้วย เพราะปัจจุบันสังคมมันไม่เอื้อเฟื้อกันสักเท่าไรนักหรอกนะ

โอ้ย...เขียนมาเยอะมาก ถ้าหายนะ แย่เลย ฮ่าๆๆ แล้วคุณละ คิดยังไงกับ "คุณชายปากซอย"

Comment

Comment:

Tweet


Meaning science is the study of how chemical substances!
#12 by buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-11 02:41,
สึ้งมาค่ะ
#11 by มายด์ (58.147.60.228) At 2006-03-13 19:41,
สึ้งมาค่ะ
#10 by มายด์ (58.147.60.228) At 2006-03-13 19:41,
#9 by (58.147.60.228) At 2006-03-13 19:38,
เรื่องนี้ทำให้ผมเห็นว่า ปรัชญาชีวิตก็มีอยู่ทั่วไปแม้แต่ในกระป๋องโค้กที่กลิ้งอยู่บนถนน มันมีอยู่ทุกที่รอให้คนมาเห็นและเข้าใจ
สิ่งที่เราเห็นและสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเข้าใจอาจจะเป็นเพียงแง่มุมนึงของสิ่งๆ นั้น และสุดท้ายเราก็ไม่เคยเข้าใจอะไรทั้งหมดได้เลย คงเป็นเพียงแค่ชิ้นส่วนเล็กๆ จากที่ต่างๆ และอาจจะมาจากวัตถุต่างชนิดกันมาปะติดปะต่อจนกลายเป็นตัวตนที่เรายึดถือกันมา
ชีวิตก็เหมือนกันหมด เกิดขึ้นมาแล้วก็หายไป แต่...มันมักจะทิ้งเศษเสี้ยวอะไรบางอย่างเอาไว้เสมอ รอให้ชีวิตอื่นเก็บมันขึ้นมาปะติดปะต่อให้เป็นตัวตนของชีวิตนั้นๆ ไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด
นั่นคือสิ่งที่ผมคิดได้ในตอนนี้นะ ^^
#8 by Laze Man (61.90.33.97) At 2005-06-04 04:29,
คนจรจัดนี่ยังดีกว่าขอทานเลยนะครับ เขาไม่ต้องพึ่งคนอื่น อยู่กับตัวเองได้ คนอื่นไม่แคร์เขาเขาก็ไม่แคร์

ตรงปากซอย8 ที่ทำงานโรงแรมผมก็มีลุงแปลกๆคนนึง มาวาดรูปพวกพระสงฆ์ พระพุทธรูป ใส่กระดาษทำจาก กระดาษกล่องแล้งนั่งขายรูปละ20 แต่ผมยังไม่กล้าไปคุยกะเขา ว่างๆจะลองไปคุยกะลุงเขาบ้างว่าเขาทำอะไรอยู่ !!!
#7 by groove At 2005-04-30 23:41,
แถวๆรามอินทรา ก้อมีคนนึงค่ะ

คล้ายๆแบบนี้ล่ะ

วันนั้น ไปหาอะไรทานกันแถวบ้าน

แล้วก้อเห็น พี่คนนั้น

ก้อสงสารกัน เพราะพี่เค๊านอนขดๆตัวที่ริมถนน

เพื่อนก้อเลยเดินไปถามว่ากินข้าวรึยัง

เค้าส่ายหน้า เพื่อนก้อเอาเงินให้พี่คนนั้นไป 50 บาท

แล้วว่าเค้าไม่เอา เค้าบอกว่า ผมไม่ใช่ขอทาน......
#6 by - b O w l i n G - At 2005-04-23 23:59,
โหว ยาวมากมาย แต่ก็อ่าน หุหุ
#5 by P i s a j * E l f At 2005-04-23 18:01,
อิอิ ผมอัดพี่ เอ้ย แอดพี่ไปแล้วนา... เหอๆๆ
#4 by YUGO At 2005-04-23 10:43,
คุณหมีอนาคินก็เขียนเหรอคะเนี่ย เพิ่งเห็นอ่า ขอแอดไว้เลยนะคะ
Ps.เราไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ แต่เป็นคนที่น่าสงสารเนอะ เจายังดีกว่าคนจรจัดในเมืองขอนแก่นบางคนที่สภาพครบ32แต่ไปเดินขอเงินเด็กนักเรียนซะอีก
#3 by 『KonekoRei』1859 Is Love♥ At 2005-04-23 03:04,
บ้านผมก็ 93
สงสัยคนเดียวกะที่ผมเห็นแน่เลย
#2 by house At 2005-04-22 20:46,
เง้อ...เมื่อก่อนบ้านหนูก็อยู่ซอย 93 เหมือนกันง่ะ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเคยเห็น ><
แต่ถึงหนูเห็นทุกวันก็คงไม่กล้าเข้าไปคุยง่ะ...
แต่ถ้าคนที่เป็นแบบคนนี้หนูก็เคยเห็นที่ตลาดอ่อนนุชเหมือนกัน ผู้ชายอ้วนๆลงพุงๆ ทำผมเดดร๊อค (หรือเพราะว่าเค้าไม่ได้สระผม ผมมันเลยพันกันก็ไม่รู้) เค้าจะคอยโบกรถที่ป้ายรถสองแถวเสมอๆ ตอนแรกที่เห็นหนูก็กลัวเค้านะ แต่ว่าไปๆมาๆก็ชินอ่ะ แล้วเค้าก็ไม่ได้ทำร้ายใคร เค้าก็แค่อยู่ของเค้าอย่างงั้น ก็ดูเค้าจะมีความสุขดี บางทีมีคนเอาข้าวกล่องไปคล้องใส่แขนเค้า เค้ายกมือไหว้ขอบคุณด้วย ดูน่ารัก >< บางทีเค้าอาจจะไม่ได้บ้าก็ได้เนอะ แต่เค้าพอใจที่ได้เป็นแบบนั้น....

ชอบที่พี่บอกว่าความบ้ากับความพอใจมันอยู่ใกล้กันนิดเดียว หนูเห็นด้วยอย่างแรงเลย
#1 by ~๐TaShA HappY LittlE SquirreL๐~ At 2005-04-22 19:32,